จาก “ชาโขล” มา “ชะโคล่” จึงมาเป็น “สระโคล่”

 จาก “ชาโขล” มา “ชะโคล่” จึงมาเป็น “สระโคล่”


ครั้งแรกที่เห็นชื่อ “บ้านสระโคล่” ตำบลหัวรอ ก็สะดุดกับความแปลกของชื่อ ด้วยไม่ค่อยคุ้นกับคำว่า “โคล่” สักเท่าไหร่ ที่เห็นก็มีแต่ “บางโคล่” ชุมชนมอญ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่บางกอก แต่เมื่อค้นหาความหมายคำว่า “โคล่” ก็ไม่ได้คำตอบ สันนิษฐานได้เพียงว่า น่าจะมาจากภาษา “มอญ” …





เนื่องด้วยมีคำว่า ”สระ” นำหน้า “โคล่” เบื้องต้นจึงสันนิษฐานว่า หมายถึง “สระ” ที่เรียกว่า “โคล่” เมื่อลองสืบค้นดูก็เจอแต่ “คลองสระโคล่” และ “บ้านสระโคล่” ส่วน “สระ” ที่พอจะเป็นที่รู้จักกันแถวนั้นก็มี “สระเก้าห้อง” ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดสระเก้าห้อง วัดโบราณที่ในอดีตเคยเป็นวัดร้างมาก่อน…





อย่างไรก็ดี โชคก็ช่วยไขปริศนาให้คลายไปได้เปลาะหนึ่ง เมื่อเจอกับคำว่า “ชาโขล” ใน “แผนที่เมืองพิษณุโลกในตำราพิไชยสงคราม” ระบุว่า “ชาโขล” อยู่ห่างจากศูนย์กลางเมือง 185 เส้น ไปทางทิศตะวันออก เฉียงไปทางใต้เล็กน้อย ซึ่งก็พออนุมานได้ว่าหมายถึง “สระโคล่” ในปัจจุบัน…



                                    แผนที่เมืองพิษณุโลกในตำราพิไชยสงคราม


อีกหลักฐานหนึ่งที่จะพอยืนยันได้ว่า “ชาโขล” คือ “สระโคล่” ในปัจจุบัน มาจากหนังสือ “ตำนานเมืองพิษณุโลก วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พระพุทธชินราช และ วัดจุฬามณี” หน้า 5 “…คือลำแควน้อย(เดิม)นั้น ผ่านมาทาง “ชะโคล่” โคกช้าง ลงไปตลอดถึงแม่เทียบ บางกระทุ่ม…” ทำให้ “ชะโคล่” เชื่อมต่อ ระหว่าง “ชาโขล” และ “สระโคล่” ได้อย่างลงตัว…





เมื่อคิดว่า “ชาโขล” คือชื่อเรียกดั้งเดิมที่ถูกต้องแล้ว ก็กลับมาที่ข้อสันนิษฐานเดิมที่คิดว่า “สระโคล่” เป็นคำมาจากภาษา “มอญ” โดยลองหาความหมายของคำว่า “ชาโขล” ในภาษามอญ ก็ได้ความหมายเพียงคำว่า “ชา” หมายถึง “ตลาด” ซึ่งเราคงคุ้นเคยคำว่า “ชา” จากชื่อ “ชากังราว” ที่หมายถึง “ตลาดหน้าด่าน” แต่ก็จนปัญญากับ คำว่า “โขล” ที่ไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร ใครมีความรู้ในส่วนนี้ถ้าช่วยอธิบายด้วยก็จะเป็นการดี…



                         หลวงพ่อหิน วัดสระโคล่โสภาราม นำมาจาก วัดสระเก้าห้อง(ร้าง)


ถึงตรงนี้ก็พอจะรู้ความหมายของ “ชาโขล” ว่าหมายถึง “ตลาดอะไรสักอย่างหนึ่ง” ประกอบกับข้อมูลที่ได้รวบรวมมา ทำให้เชื่อได้ว่า ชุมชน “ชาโขล” น่าจะเป็น ชุมชนค้าขายที่มีความเจริญ รุ่งเรืองมาแต่ครั้งอดีต เนื่องด้วยตั้งอยู่ริมแม่น้ำแควน้อย(เดิม) ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่าง “วัดโบสถ์” และตัวเมือง “พิษณุโลก” ต่อเมื่อแม่น้ำแควน้อยเปลี่ยนเส้นทาง สายน้ำที่เคยไหลต่อเนื่องก็เริ่มขาดตอน จนในที่สุดการคมมาคมทางน้ำในบริเวณนี้ก็หมดความสำคัญลงไป…


จาก “ชาโขล” มา “ชะโคล่” จึงมาเป็น “สระโคล่” บอกอะไรบางอย่างกับเราว่า “ถ้าเรายึดติดกับปัจจุบัน โดยไม่ให้ความสำคัญกับอดีต เราก็อาจจะหลงทาง จนหาตัวตนไม่เจอ”…


สุวัฒน์  หม่นมั่น

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บ้านคลอง คลองอยู่ตรงไหน : พิษณุโลก

วัดสะกัดน้ำมัน…พิษณุโลก